ธันวาคม 2560
SUN MON TUE WED THU FRI SAT
      1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31       
หน้าแรก > เล่าสู่กันฟัง > เรื่องเล่าจาก ททท > เมืองต้องห้าม...พลาด Plus จันทบุรี ตอนที่ 3

เมืองต้องห้าม...พลาด Plus จันทบุรี ตอนที่ 3

น้ำตกคลองนารายณ์

    น้ำตกคลองนารายณ์เป็นน้ำตกสูง 25 เมตรที่อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ในพื้นที่ตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ เนื่องจากน้ำตกคลองนารายณ์นี้มีต้นน้ำมาจากป่าเขาสระบาป ซึ่งเขาสระบาปนั้นเป็นเขาที่มีความเกี่ยวข้องกับเมืองควนคราบุรีหรือเมืองพระนางกาไวในสมัยที่อาณาจักรขอมเรืองอำนาจนั่นเอง

    สำหรับตำนานเมืองนางกาไวนั้นจะมีอยู่ว่า แต่เดิมมีเมืองบริเวณเชิงเขาสระบาปที่ถูกปกครองโดยพระเจ้าพรหมทัต โดยพระองค์ได้มีพระโอรสกับพระมเหสีเอก2 พระองค์ ซึ่งก็คือ พระไวยทัตและพระเกตุทัต แต่ต่อมาพระมเหสีเอกได้สิ้นพระชนม์ พระเจ้าพรหมทัตจึงได้อภิเษกกับพระมเหสีอีกองค์หนึ่งซึ่งมีชื่อว่า “พระนางกาไว” และได้มีพระโอรส 1 พระองค์ ด้วยความที่พระนางกาไวนั้นมีจิตอิจฉาริษยา ต้องการให้บุตรของตนขึ้นครองราชย์แทนพระโอรสของพระมเหสีเอก พระนางกาไวจึงขอให้พระเจ้าพรหมทัตส่งพระโอรสของมเหสีเอกออกจากเมืองเพื่อไปสร้างเมืองใหม่ ซึ่งในเวลาต่อมา เมื่อพระเจ้าพรหมทัตสิ้นพระชนม์ พระนางกาไวจึงได้สำเร็จราชการแทนพระโอรสในการปกครองเมือง เนื่องจากพระโอรสยังมีอายุน้อย ชาวบ้านในเมืองจึงเรียกชื่อเมืองว่า “เมืองนางกาไว” ครั้นต่อมา พระไวยทัตและพระเกตุทัตได้กลับมาชิงเมืองคืน ซึ่งพอพระนางกาไวสู้ไม่ได้จึงได้หนีออกนอกเมืองไป

    นอกจากตำนานในทางประวัติศาสตร์ดังกล่าวแล้ว น้ำตกคลองนารายณ์ยังถือเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์1 ใน 18 แห่งทั่วประเทศ เนื่องมาจากตำนานที่ว่า น้ำตกคลองนารายณ์นั้นไหลออกมาจากโพรงถ้ำใหญ่บนเขาสระบาป ซึ่งภายในถ้ำมีเทวรูปพระนารายณ์สถิตอยู่ ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบัน ตำนานดังกล่าวนั้นก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แน่ชัดอย่างหนึ่งของน้ำตกคลองนารายณ์แห่งนี้ก็คือ ในอดีต พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต่างก็เคยลงสรงน้ำในธารน้ำตกแห่งนี้

    นอกเหนือจากความสำคัญในทางประวัติศาสตร์แล้ว น้ำตกคลองนารายณ์แห่งนี้ยังถือเป็นจุดท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วที่อุดมสมบูรณ์และเงียบสงบ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศธรรมชาติอันสงบและบริสุทธิ์

อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล

    อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมลหรือที่เรียกสั้นๆว่าโบสถ์คาทอลิกจันทบุรีนี้เป็นโบสถ์ขนาดใหญ่ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่งดงามที่สุดในประเทศ ตั้งอยู่บริเวณโรงเรียนสตรีพิทักษ์ พื้นที่ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยเป็นโบสถ์ที่มีจุดเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2254 ซึ่งถ้านับรวมจนถึงปัจจุบันก็จะมีประวัติความเป็นมายาวนานถึงกว่า 300 ปีเลยทีเดียวเริ่มตั้งแต่เมื่อครั้นที่คริสตชนคาทอลิกชาวเวียดนามได้เดินทางอพยพจากการถูกเบียดเบียนทางศาสนาจากโคชินจีน และได้ตัดสินใจเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มคริสตชนคาทอลิกชาวเวียดนามกลุ่มนี้นั้นก็ได้เจอกับอุปสรรคมากมายนานัปการ แต่ด้วยความเชื่อและความศรัทธาอันแกร่งกล้า พวกเขาก็ได้เติบโตและขยายขึ้นมาเป็นชุมชนโบสถ์โรมันคาทอลิกจันทบุรีในปัจจุบันนี่เอง

    ลักษณะสถาปัตยกรรมของโบสถ์แห่งนี้จะเป็นแบบโกธิคตามแบบฉบับตะวันตก ภายในจะถูกตกแต่งอย่างสวยงาม พื้นปูด้วยหินอ่อน มีการตกแต่งด้วยส

เตนกลาสซึ่งมีลักษณะเป็นกระจกสี แต่งแต้มเป็นรูปนักบุญต่างๆ ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความล้ำค่าในทางประวัติศาสตร์และมีความงดงามยิ่งนัก

    นอกจากจะเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมลยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยนอกจากความสวยงามของตัวโบสถ์ทั้งด้านนอกและด้านใน ภายในอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมลนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์ศาสนา ซึ่งจะมีเครื่องใช้ในพิธีศาสนาของคริสต์ และสิ่งของสำคัญอย่างอื่น อย่างเช่น รูปปั้นแม่ชีเทเรซาและไม้กางเขน ให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมอีกด้วย 

    ทั้งนี้ โบสถ์แห่งนี้เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ช่วงเวลา 8.30 – 16.30 น. ในวันจันทร์ถึงเสาร์ และตั้งแต่เวลา 13.00 – 16.30 น. ในวันอาทิตย์ โดยผู้ที่เข้าชมต้องแต่งกายสุภาพและแสดงกิริยาสำรวม ห้ามผู้เยี่ยมชมนำอาหารและเครื่องดื่มหรือสัตว์เลี้ยงเข้าไป ห้ามกระทำการสูบบุหรี่ ใช้เสียงดัง บันทึกภาพบุคคลภายใน บันทึกภาพเพื่อการพาณิชย์ ใช้ขาตั้งกล้อง และขึ้นพระแท่นบูชา ซึ่งถ้าหากผู้ใดต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะ ควรติดต่อล่วงหน้าที่เบอร์โทรศัพท์ 039-311-578ต่อ 0 (บ้านพักพระสงฆ์อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี) เสียก่อน

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน

    ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนได้ถูกก่อตั้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปี พ.ศ. 2524 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ อาชีพ ของราษฎรที่ยากจนรอบอ่างคุ้งกระเบนและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อพัฒนาอาชีพประมง และเพื่อพัฒนาการใช้และการอนุรักษ์ธรรมชาติให้สมดุล ซึ่งที่ตั้งโครงการจะอยู่ตรงชายฝั่งทะเลตะวันออกบริเวณอ่าวคุ้งกระเบน ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

    ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนนี้เป็นสถานที่ที่เปิดให้ผู้คนสามารถเข้ามาเยี่ยมชมภายในได้ โดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนนี้จะเป็นพื้นที่ที่มีระบบนิเวศแบบป่าชายเลน ถือเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ผู้เยี่ยมชมสามารถเดินบนสะพานเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบนที่มีความยาวถึงกว่า 1 กิโลเมตร โดยตลอดทางเดิน จะมีศาลาที่ให้ข้อมูลความรู้ต่างๆกระจายตัวอยู่ มีจำนวนรวมกันทั้งหมด 10 จุด ซึ่งด้วยข้อมูลความรู้ต่างๆเหล่านี้ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนจึงถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่เหมาะกับการมาทัศนศึกษาหรือเยี่ยมชมศึกษาธรรมชาติเป็นอย่างมาก

    ตลอดการเดินชมธรรมชาติ ผู้เยี่ยมชมจะได้เห็นสัตว์ป่าและพืชพันธุ์มากมายหลายชนิดที่อยู่ในระบบนิเวศป่าชายเลนแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นต้นแสม ลำพู โกงกาง หรือบรรดาสัตว์อย่างเช่น แมงดาทะเล ปูแสม และปลาตีน ซึ่งถ้าเดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับศาลาชมวิวที่ถูกสร้างให้ยื่นออกไปในอ่าว สามารถมองเห็นแนวของป่าชายเลนที่สวยงามและวิถีชีวิตการทำประมงชายฝั่งของบรรดาชาวบ้านในพื้นที่

    ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนได้มีผลงานการศึกษาวิจัยทดลองและเผยแพร่ความรู้เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกราษฎรเพื่อเข้าประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบอนุรักษ์ การอนุรักษ์ป่าชายเลนที่ยังสมบูรณ์รอบอ่าว การอนุรักษ์และควบคุมดูแลหญ้าทะเล การสร้างแปลงพ่อแม่พันธุ์หอยนางรม การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งทะเล การสร้างที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล การส่งเสริมให้ราษฎรมีอาชีพถาวรยั่งยืน และการดูแลให้ความรู้ในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 039-433-216-8 (ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ)

จังหวัดจันทบุรียังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย นี่เป็นเพียงแค่สถานที่ที่เรายกตัวอย่างมาเท่านั้น  จันทบุรียังมี สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม ที่ยังรอให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศมาเยี่ยมเยือนอยู่เสมอ

คะแนนโหวต : 0 คะแนนความคิดเห็น : 0 โหวต
โดย ททท.

ความคิดเห็น